โรงเรียนสร้างสรรค์

ภาวะโลกร้อนสร้างภัยพิบัติให้โลกเรามากขึ้นและรุนแรงขึ้นมาตลอด  สองสามปีมานี้นิวยอร์คร้อนระดับ40องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับอีกหลายเมืองทั่วโลก มีอุณหภูมิสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร้อนกันสุดๆในช่วงหน้าร้อน แต่ในช่วงหน้าหนาวกลับมีอุณหภูมิต่ำสุดๆ หนาวเยือกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลายเมืองที่ไม่เคยมีหิมะ ก็มีปรากฏการ์ณหิมะตก มีคนตายเพราะความหนาว ภัยจากน้ำท่วมรุนแรง พายุสร้างความเสียหายให้หลายเมือง จากสถิติภัยธรรมชาติทำลายโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้สร้างความเสียหายมากกว่าช่วง 100 ปีที่ผ่านมาครับ 

อาจเป็นเพราะเหตุนี้ทำให้คุณครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย Melbourne Girls’College ได้ร่วมมือกับนักเรียนและผู้ปกครองทำโครงการ Zero Waste โดยการเอาถังขยะต่างๆออกนอกห้องเรียนและให้นักเรียนร่วมมือกันนำขยะกลับบ้าน คุณครูบอกว่ามันเหมือนเวลาที่พวกเราไปเที่ยวอุทยานต่างๆที่นักท่องเที่ยวต้องเอาขยะทุกอย่างกลับไป ไม่มีการทิ้งสิ่งใดๆไว้เลย

โครงการนี้เป็นไปด้วยดีและตามมาด้วยกิจกรรมต่างๆที่ช่วยสนับสนุนโครงการ ซึ่งนักเรียนได้ร่วมคิด ร่วมทำ เช่นไม่มีการใช้พลาสติกในโรงเรียน นำกล่องข้าวมาทาน ไม่มีใช้โฟม และถุงกอบแก๊บ ในโรงเรียน

ส่วนในโรงอาหารก็มีการจัดทำถังหมักเพื่อนำเศษอาหารไปรีไซเคิล และต่อไปก็จะมีกิจกรรมต่างๆตามมาเช่น การรีไซเคิลกระดาษ ฯลฯ

โครงการนี้ได้รับความสนใจมาก มีการเผยแพร่จาก ABC NEWS สื่อหลักของออสเตรเลียและทำให้เป็นข่าวไปทั่วโลก Independent ของอังกฤษ รวมทั้ง The guardian ต่างลงเรื่องราว มีการสัมภาษณ์ คุณครู ที่ริเริ่มโครงการ ทำให้ผู้คนต่างร่วมสนับสนุนและมั่นใจในโครงการนี้มากขึ้น

โรงเรียนแห่งนี้อยู่ที่เมลเบอน รัฐวิคตอเรีย เป็นโรงเรียนมัธยมครับ

 ผมอ่านข่าวแล้วก็ทำให้นึกถึงโรงเรียนประถมทั่วๆไปซึ่งเป็นโรงเรียนของรัฐ ในออสเตรเลีย ที่โรงเรียนไม่มีผู้อำนวยการ มีแต่ครูและครูใหญ่ แต่ละโรงเรียนมีความต่างกันในวิธีการ แต่หลักการเป้าหมายนั้นชัดเจน คือเขาพยายามทำให้ นักเรียนอยากไปโรงเรียน เด็กประถมที่นี่โชคดีมาก ได้เล่น ได้ทำงานกลุ่ม ได้ทำกิจกรรมที่ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเขา ไม่มีโรงเรียนใดที่ติดป้ายว่า นักเรียนของเขาไปสอบเข้าที่ใด หรือได้โล่ห์ ได้เหรียญรางวัลอะไร เพราะเขาเข้าใจว่าโรงเรียนคือที่ช่วยพัฒนาคน โรงเรียนจะไม่ประกาศว่าใครสอบได้ที่1 ที่  2  ไม่มีการลงโทษเด็กในที่สาธารณะ บนเวทีต่างๆในโรงเรียน เด็กทุกคนจะได้รับเสียงปรบมือจากการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ และทำประโยชน์เพื่อสังคม

ผมเห็น โรงเรียนมากมายในบ้านเรา มีครูดีๆ ผู้บริหารเก่งๆ ซึ่งมีแนวคิดแบบนี้ ครูเหล่านี้เข้าใจและลงมือทำโครงการต่างๆเยอะแยะครับ เขาอยากเห็นเด็กมีความสุข อยากให้โรงเรียนเป็นที่พึ่งพาของชุมชน และหลายคนได้ลงมือทำด้วยกิจกรรมต่างๆที่สร้างสรรค์ บางท่านเห็นเด็กยากจนก็ฝึกอาชีพ ให้ สอนเล่นดนตรี ทำวงโปงลาง พาเด็กไปหารายได้เสริมวันเสาร์อาทิตย์ บางท่านช่วยพัฒนาทักษะกีฬา เด็กที่เรียนไม่เก่งก็มีกำลังใจ ได้เป็นนักกีฬา มีค่าตอบแทน มีอนาคต หลายคนกลายเป็นเยาวชนทีมชาติ แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวเหล่านี้ไม่เป็นข่าว ในทางตรงข้าม ข่าวเกี่ยวกับการศึกษาของเรา มีแต่เรื่องโรงเรียนใดได้คะแนนโอเนตมากกว่ากัน โรงเรียนใดมีจำนวนเด็กสอบเข้ามหาลัยดังมากกว่ากัน  ใครได้โล่ห์ ได้เหรียญอะไรมากกว่ากัน และที่แย่ไปกว่านั้น เราวัดความสำเร็จของผู้บริหารโรงเรียนจากเรื่องแบบนี้ 

ในหลายเวที ที่ผมได้มีโอกาสนำเสนอข้อมูลเหล่านี้  ถ้าพูดกับผู้ปกครอง ผู้ปกครองก็จะไม่พอใจโรงเรียน ถ้าพูดกับครู ครูก็ไม่พอใจ ผู้บริหาร แต่ถ้าพูดกับผู้บริหาร ครูและผู้ปกครอง ทุกคนสรุปว่า ต้นเหตุของปัญหาคือ กระทรวงครับ

ผมคิดว่าวันนี้ เราต้องช่วยกันครับ

ความตกตำ่ล้มเหลวในการสร้างเยาวชนสู่โลกและสังคมอนาคต ควรเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ผมมีโอกาสได้ในำเสนอแนวคิดแบบตรงไปตรงมากับผู้บริหารในกระทรวงติดต่อกันมาหลายปี ทุกคนเข้าใจและหลายท่านได้ปรับเปลี่ยนระบบที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการโรงเรียน เช่น การประเมินโรงเรียน โดย สมศ. ได้เปลี่ยนไปแล้ว การพัฒนาคุณภาพครูแบบเดิมได้ปรับสู่รูปแบบใหม่แล้ว  การคิดจากบนลงล่างแบบ คิดเองสั่งเองและตรวจสอบ ได้รับการปรับปรุงแล้ว

เราหมักปัญหากันมานาน

วันนี้น่าจะเป็นโอกาสของเราครับ

ผมเห็นคนหนุ่มสาวมีแรงมีใจ เข้ามาร่วมกันตั้งกลุ่มเปลี่ยนแปลง อาจารย์หลายคณะหลายมหาวิทยาลัยเริ่มออกมาให้ความรู้แนวคิดและหลายท่านลงมือทำแล้ว ครูอาจารย์จำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีเรียนวิธีสอบแล้ว ผมอยากเห็นสื่อต่างๆในบ้านเรา เข้าร่วมช่วยกันพัฒนา

ในสังคมโซเชียลเนตเวรค เราทุกคนเป็นสื่อได้ครับ

ช่วยกันนำเสนอเรื่องราวดีๆ ชื่นชมครูดีๆ เอาเรื่องงดงามที่เกิดในโรงเรียนออกเผยแพร่กัน

เลิกกล่าวโทษกันแล้วหันมาร่วมมือกันพัฒนาโรงเรียนที่หลากหลายของเราในแนวทางที่สร้างสรรค์กันดีไหมครับ

อ วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

#Good classroom  โครงการเผยแพร่ ความงดงามของการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์

ประวัติ

ดร. วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

งานด้าน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษา

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ สพฐ.

ประธานอนุกรรมการ พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาจีน สพฐ.

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา อนุกรรมการฝ่ายการเรียนการสอน

คณะทำงาน ด้านการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรแห่งชาติ คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการด้านอาชีวศึกษา คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านความคิดสร้างสรรค์ กระทรวงศึกษาธิการ

คณะกรรมการการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

คณะทำงานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ

คณะกรรมการส่งเสริมคุณภาพหลักสูตรสวนกุหลาบฯศึกษา โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย

คณะทำงานพิจารณากำหนดหลักสูตร/สาขาวิชาที่เป็นความต้องการ หลักและมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคน ในโครงการ กรอ. สำนัก คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ)

กรรมการตรวจสอบการทำงานระบบแอดมิชชั่น กระทรวงศึกษาธิการ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา

Advisory board: Global education conference Network

ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

อาจารย์พิเศษวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)

งานด้านวิทยากร  การพูด งานบรรยาย

วิทยากรพิเศษ สภาการศึกษาแห่งชาติ

วิทยากรพิเศษ กรรมาธิการฝ่ายการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร วิทยากรพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยากรพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

วิทยากรพิเศษ มหาวิทยาลัยต่าง เช่น

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยวลัยลัก ษณ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหา วิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กรุงเทพ

มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาลำปาง และอื่นๆ

วิทยากรพิเศษ โรงเรียนและเครือข่ายผู้ปกครอง โรงเรียนต่างๆ

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนสายปัญญา โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โรงเรียนสตรีวิทยาโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ โรงเรียนหาดใหญ่ วิทยาลัย โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชโรงเรียนชลกัลยานุกูล โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โรงเรียนลำปา งกัลป์ยานี โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน โรงเรียนในเครืออัสสัมชัญ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรง เรียนในเครือจุฬาภรณ์ โรงเรียนเครือสาธิตและโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ

งานด้าน การฝึกอบรม

วิทยากรอบรมการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-Based Learning (CBL) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรง เรียนรัฐบาลและเอกชน มหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ

งานฝึกอบรม ด้านความคิดสร้างสรรค์ Creative plus

บริษัทแอร์พอร์ตลิงค์ บริษัทแอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด (Roche Thailand)

กรมการจัดหางาน โครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ – OKMD

สมาคมเพื่อนชุมชน บริษัทCP All  สายการบินNok Air  บริษัทSCG และอื่นๆ

นวัตกรรม

อาจารย์วิริยะ เป็นนักคิด ผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่มีความ ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงผลิตผลงาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านการศึกษามากมายอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบัน ผล งาน ซึ่งเป็น นวัตตกรรมเช่น เป็น ผู้ก่อตั้ง http://www.eduzones.com เว็บ ไซต์การศึกษา ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศ เป็นเว็บที่ได้รับ รางวัลชนะเลิศ The Nation Thailand web award ปี2000 สาขาการ ศึกษาและบริการสังคม และเป็นเวบการศึกษาที่มีผู้นิยมมากที่สุดในประ เทศ

ผู้คิดและพัฒนาโปรแกรมเพื่อการศึกษา โปรแกรมค้นหาตนเองซึ่งเป็น โปรแกรมที่ ช่วยให้เด็กรู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตนเองและยังช่วยแบ่ง เบาภาระให้ครูฝ่ายแนะแนวทั่วประเทศ มาตั้งแต่ ปี2542 มีคนใช้บริการ มากกว่า ล้านคน ผู้คิด โปรแกรมประเมินโอกาสสอบเข้ามหา วิทยาลัย และโปรแกรมช่วยเลือกคณะ ในระบบ entrance และระบบ แอดมิชชั่น โปรแกรมแรกของประเทศ

ผู้วิจัยและพัฒนา Workshop compass ระบบ ค้นหาลักษณะงาน อาชีพที่ตรงกับบุคคลิกภาพ

ผู้วิจัยและพัฒนารูปแบบการสอน แบบ Active learning model ที่จะ

ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะในการคิดสร้างสรรค์ CBL Creativity-based learning

ผู้วิจัยและพัฒนา แบบวัดความคิดสร้างสรรค์ สำหรับคนไทย CBL Creative thinking test

ผู้วิจัยและพัฒนา CBL Tool แอพพลิเคชั่น ที่จะทำให้ สมาร์ทโฟนและ แทบเลตต่างๆกลายเป็นเครื่องมือเรียน ทำให้ผู้เรียน ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ให้คะแนน โหวต ขึ้นหน้าจอ และทำให้ ครูอาจารย์ใช้ โทรศัพท์ เป็น เครื่องมือช่วยสอน

ผู้ร่วมวิจัยและพัฒนา หลักสูตร สุจริตไทย www.สุจริตไทย.com ซึ่งเป็น หลัก สูตร E learning ที่จะช่วยให้ คนไทยเข้าใจ เรื่องของสุจริต ช่วยลดปัญหาทุจริตในสังคม

งานเขียน

ผู้เขียนพอกเกตบุค Future Career Future Education สาขา อาชีพแห่งอนาคต

สาขาอาชีพแห่งอนาคต 3

ห้องเรียนแห่งอนาคต

ทางสู่อนาคต เรากำหนดเอง

สานฝัน คนวัยมัน ฉันทำได้

กด Like ให้ อาเซียน

บกพร่องทางเกรด ก็ successได้

สอนสร้างสรรค์ เรียนสนุก ยุค 4.0

ผู้เขียน บทความ การศึกษา และความคิดสร้างสรรค์ ใน หนังสือพิมพ์ และวารสารต่างๆ เช่น คมชัดลึก การศึกษาวันนี้ ประชาชาติธุรกิจ SME ฯลฯ

แรงบันดาลใจ

อยากเห็นการศึกษาที่ไม่เป็นเพียง การสอบ และใบปริญญา การศึกษาไม่ควรเป็นเครื่องมือในการแบ่งแยก คัดกรองคน แต่การ

ศึกษาควรเป็นเครื่องมือพัฒนาคน

ไม่ใช่แค่บาง คน แต่การศึกษาควรช่วยให้ทุกคนได้มีความหวัง ความ สุข และมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

• • • • • • • •

อยากให้ครูสอนแบบActive แต่เด็กต้องไปทำข้อสอบ Passive.. ทางแก้ 3นาที ที่นำเสนอ ที่สภาการศึกษาครับ

อยากให้ครูสอนแบบ Active แต่สั่งให้ คะแนน ONET สูงขึ้น
ในขณะที่ ข้อสอบ Onet (ในตอนนั้น)มุ่งไปวัด เนื้อหา ต้องท่องต้องจำ และต้องติว
นี่คือเรื่องที่ครู ลำบากใจ
บางพื้นที่ เอาคะแนน โอเนต ของแต่ละโรงเรียน มาเรียงกัน กดดัน ผอ โดยไม่ได้พิจารณา บริบทของแต่ละโรงเรียน
ผู้บริหาร หลายโรงเรียน ต้องจัดติว โอเนต
ทางแก้คืออะไร
เมื่อผมได้มีโอกาสพูดในที่ประชุม ได้คุยตรงต่อ ผู้อำนวยการ สถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ)
3
นาที ครับ

พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ด้วยการสอนแบบสร้างสรรค์​เป็นฐานCBL

ครูจะต้องเปลี่ยนการสอน

อยากให้ครูสอนแบบ Active แต่สั่งให้ คะแนน ONET สูงขึ้น
ในขณะที่ ข้อสอบ Onet (ในตอนนั้น)มุ่งไปวัด เนื้อหา ต้องท่องต้องจำ และต้องติว
นี่คือเรื่องที่ครู ลำบากใจ

 

ฮ่องกงตัดสินใจแล้ว จีนจะทำอย่างไร …. เรียนรู้จากโลก แล้วมองตัวเรา …..

อเมริกา พังและยังไม่ฟื้น  ยุโรป มีปัญหาการเงินอย่างแรง

กรีซล้มละลาย อิตาลีขอเงินกู้จากจีน

 

และอีกหลายประเทศในยุโรปกำลังรอความช่วยเหลือจากเยอรมันและฝรั่งเศส

ในขณะที่จีนมั่งคั่งและกำลังก้าวสู่ตำแหน่งที่ 1 ทางเศรษฐกิจโลก

 

อะไรเกิดขึ้น และประเทศเราจะเดินทางไหน

ในความไม่ยั่งยืนของเศรษฐกิจปลอมๆ ในโลกใบนี้

 

Photo by Wiriyah RuechaipanitPhoto by Wiriyah Ruechaipanit

 

คนจีนยากจน

ทำงานหนักด้วยค่าแรงต่ำ

จีนสร้างตัวด้วยการทำงานและประหยัด

สินค้าจากจีนจึงมีราคาถูก คุณภาพใช้ได้

ในขณะที่จีนประหยัด

อเมริกันฟุ่มเฟือย

 

คนยุโรปและอเมริกันใช้ของที่ผลิตจากจีนแทบทุกอย่างครับ

ไปตั้งโรงงานในจีนก็เยอะ

ห้างร้านในยุโรปและอเมริกาขายของจากจีน

สินค้าแทบทุกยี่ห้อ ผลิตในจีน

 

ชาวยุโรปและอเมริกา ซื้อและใช้อย่างฟุ่มเฟือย

จีนก็ขยายโรงงานผลิตมากขึ้นๆ

จีนเอาเงินมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันมากขึ้น

แล้วรัฐบาลก็เอาเงินจากการขายพันธบัตร

ไปให้คนกู้ซื้อบ้านและที่ดิน

และใช้จ่ายมากขึ้น

 

ราคาบ้านและที่ดินในอเมริกาก็เลยสูงขึ้นเรื่อยๆ

คนอเมริกันจำนวนมากก็เลยหากินกับการเก็งกำไร

และปล่อยกู้ให้คนทั่วไปซื้อบ้านที่ดิน

คนมากมายทำกำไรกับราคาที่สูงขึ้น

เลยนึกว่าเรารวยขึ้น

ก็เลยซื้อของมากขึ้น

 

และก็ทำให้จีนยิ่งมีดอลล่าร์มากขึ้น

พอความจริงปรากฏ คนกู้ไม่มีเงินผ่อน

จะขายบ้านที่ดิน ราคาก็ไม่สูงขึ้นอย่างที่คิด

ปล่อยให้บริษัทเงินทุนยึด

ยึดมาก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร

บริษัทเงินทุนก็เงินหมด

ต้องล้มกันทั้งประเทศ

นี่แหละครับสาเหตุที่ ทำให้อเมริกาล่มสลาย

 

คนไม่ทำงาน เอาแต่ใช้

ทำกำไรกับของไม่จริง

สุดท้าย รู้ตัว ก็ไม่เหลืออะไร

 

เหมือนไทยเรา ที่เคยผ่านวิกฤตินี้

ผมยังจำได้ตอนนั้นใครมีเงิน เสาร์ อาทิตย์ก็ขับรถไปหาซื้อบ้าน

คือวางมัดจำ รอไว้เดี๋ยวก็ขายได้เพราะ ราคาจะสูงขึ้นทุกวัน

ซื้อใบจองรถยนต์ เอาไว้ขายต่อ

ซื้อหุ้น ที่ดูจะกำไรดี

 

ตอนนั้นมีคน เยอะแยะไปกู้ เงินเมืองนอกมา

ดอกเบี้ยถูกๆ กู้มา ดอกเบี้ย 5% ก็มาปล่อยต่อ 8 %

เอามา 10,000 ล้านก็กำไรไป 300 ล้าน

คนรับมาก็ไปปล่อยบริษัทเงินทุน

เงินทุนก็ไปปล่อยให้บริษัทก่อสร้าง

ทำกำไรกันด้วยการไม่สร้างอะไรเลย

จนฟองสบู่แตกมาแล้ว

 

วันนี้ใครยังทำมาหากินกับการไม่สร้างอะไร

ใครไม่รู้จักประหยัดอดออม

ลำบากแน่ครับ

 

รัฐบาลที่กู้เงินมาแจก

มาหลอกให้ซื้อรถยนต์ ซื้อบ้าน

ทั้งๆ ที่เราไม่มีเงิน

บัตรเครดิตที่มาหลอกให้เราผ่อน

มาหลอกให้เราเที่ยว ให้ใช้เงินที่เรายังไม่มี

 

Photo by Wiriyah RuechaipanitPhoto by Wiriyah Ruechaipanit

 

มาหลอกให้เราเสียดอกเบี้ย

รัฐบาลแจกเงิน แทนที่จะส่งเสริมให้เราประหยัด

น้ำมันแพง ก็ไปเอาเงินอุดให้ราคาถูก

แทนที่จะส่งเสริมให้ใช้อย่างประหยัด

เงินใครล่ะครับที่เอามาแจก

เอามากดราคาน้ำมัน

ถ้าไม่กู้เขามา ก็เงินภาษีคนไทยทั้งนั้น

 

 

 

ในหลวงทรงสอนไว้มากมาย

พอเพียง พอดี

 

อย่าโดนหลอกครับ คนไทย

อ.วิริยะ  เขียนไว้ เมื่อปี 2011

โลกยุคหน้า การศึกษาคือความหวัง

ผมชอบหนังสือเล่มนี้มากครับ

เป็นหนังสืออ่านง่าย สนุกและมีประโยชน์มาก ดร. รยูแทโฮ ได้ฉายภาพอนาคตของรูปแบบการศึกษาที่จะพาเด็กรุ่นนี้สู่อนาคต เป็นการยืนยันให้ทุกคนในสังคมร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษาเพื่ออนาคตของเยาวชนที่มีสภาพแวดล้อมต่างจากเรา

หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านกระจ่างชัด และมั่นใจว่าเราจะทำการเรียนการสอนและการวัดผลแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว

ผู้บริหารโรงเรียน มหาวิทยาลัย อ่านแล้วจะเห็นภาพว่าสิ่งสำคัญที่สุด ที่ต้องปรับเปลี่ยน และลงมือทำทันที คืออะไร

คุณครู อาจารย์ อ่านแล้วจะแน่ใจว่า การสอน และการวัดผล แบบเดิมใช้งานต่อไปไม่ได้แล้ว

นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง อ่านแล้วจะเห็นแนวทางพัฒนาตนเองสู่อนาคตของการงาน อาชีพ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ขอบคุณ ผู้เขียนและทุกท่านที่มีส่วนผลิตหนังสือดี มีคุณค่า

ผมมั่นใจว่า การศึกษา ที่ดี ที่เหมาะสม คือความหวังของเราทุกคนครับ

……..

ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

นักวิขาการอิสระ ผู้ก่อตั้ง eduzones.com

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผู้เขียน หนังสือขายดี “ห้องเรียนแห่งอนาคต”

 

โลกเปลี่ยน การศึกษา ต้องตามให้ทัน

ถอดเทป สนทนา กับ ผปค. ………….

ผปค. ” อาจารย์ช่วยอธิบายให้ฟังง่ายๆได้ไหม

ว่าทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนการศึกษา”

ผม “ไม่ใช่แค่เรานะครับ ขนาดประเทศที่เขามีการศึกษาดีกว่าเรา

เขาก็ยังต้องเปลี่ยน เพราะเรียนสอนแบบเดิม

มันไม่ใช่วิธีสร้างคนสู่สังคมอนาคตน่ะครับ”

ผปค. ” อาจารย์คะ เราก็เรียนกันมาอย่างนี้ ก็ได้ดิบได้ดีกันเยอะ”

ผม “ครับ เพราะสภาพแวดล้อมตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันครับ ตอนนี้ถ้าเรียนแบบเดิม เด็กของเราก็คงได้แต่ดิบ ไม่ได้ดีหรอกครับ”

ผปค. ” ของ่ายๆได้ไหมคะมันยังไง”

ผม ” ถ้าเปลี่ยบการศึกษาเหมือนอาวุธ ตอนนี้เรากำลังฝึกเด็กปาก้อนหิน ในขณะที่ทั่วโลกเขาฝึกใช้อาวุธต่างๆ”

“แล้วเราก็สงสัยว่าทำไม เราห่วย เลยเพิ่มเวลาการฝึกปาก้อนหินให้มากขึ้น”

“จัดการทดสอบ วิธีปาก้อนหินให้แม่นยำ”

“ใครปาไม่เก่ง ก็โดนดูถูกว่า ไร้ฝีมือ”

” ผปค. ก็เลยยิ่งส่งเด็กฝึกปาก้อนหิน เพิ่มเติม เด็กบางคนวันๆคิดแต่ปาก้อนหิน จนไม่มีเวลาดูไปรอบตัว ว่ามันมีอะไรเปลี่ยนไปเยอะแล้ว”

“แล้วเราก็ได้ หัวหน้าเผ่า คนต่อไปที่ปาก้อนหินได้แม่นยำ”

…………………………………..

ตอนนี้ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ใหม่ออกมาแล้ว หลายเรื่องใน พรบ ครูตื่นตัว เขาทำกันมาหลายปีแล้วครับ เช่นการสอนแบบใหม่ การวัดผล เพื่อการพัฒนา แต่ครูอาจารย์ ที่ยังรีรอ ตอนนี้ ต้องเปลี่ยนแล้วครับ

สมศ สทศ ก็ต้องเปลี่ยน

ผลการเปลี่ยนแปลงต้องถึง ห้องเรียนครับ

…..

อ วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

ครู ที่เด็กต้องการ

เด็กเรียนเก่ง หรือเรียนอ่อน

ก็ต้องการครู

เด็กตั้งใจ หรือเกเร

ก็ต้องการครู

เพราะครูไม่ใช่แค่ผู้สอน

แต่ในสายตาของ ครู

จะมองเห็นจุดดี จุดด้อยของเด็กทุกคน

ครูชื่นชมกับเด็กน่ารัก

แต่เมตตาแม้เด็กก้าวร้าว

ครูชื่นชมกับเด็กตั้งใจ

แต่ใส่ใจกับเด็กขาดแรง

คนหัวใจครู

หวังให้เด็กโตขึ้นอย่างมีคุณค่า

ครูเหล่านี้ท่านไม่คิดว่า คะแนนสอบ

ระดับประเทศ หรือผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆจะนำมาวัดคุณค่า

ของเด็กได้หรอกครับ

ดังนั้น อย่าเอาระบบวัดผลอย่างนี้

มาวัดความเป็นครู

……

เขียนเมื่อวันครู 2017…..

ขอแสดงความยินดีเพราะปัจจุบัน

พรบ การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ กำหนด เรื่องนี้ไว้แล้ว

Creativity-based learning

RESEARCH SUMMARY

Development of Creativity-Based Learning Model.

Dr.Wiriyah Ruechaipanit

The Committee of the National Curriculum Reformation 2013.

Ministry of Education.

Research Centre for Creativity, JS future classroom, Thailand

ABSTRACT

The ministry of education of Thailand has launched an education reform through a massive review of the education system since 1999. Until now, most of the teachers still taught with the traditional method. The method [teacher-controlled and subject-based learning] has a limitation for improving students’ essential skills for the new workspace.

This research sets out to develop the new learning model: Creativity-Based Learning (CBL), which is one of the student-centered approaches.

In the creativity-based Learning process, students learn how to create, redefine and analyze the problem. They also learn how to transfer knowledge into practice and acquire creative thinking skills and communication skills.

The model was constructed by using the mixed methodology.

The study consists of 3 phases:

1st phase

The development of tools and a draft model using the Phenomenography.

2nd phase

The Verification of the model using the Pretest-Posttest Control Group Design and  the consensual assessment.

3rd phase

Evaluation of the effectiveness of the CBL model by the “modified TTCT” developed from Torrance tests of creative thinking (TTCT)

The results of the study revealed as follows:

Creativity-based learning Model consists of 8 processes :

1 Inspiration by the facilitator and multimedia.

2 Self-study: students will learn to search collect organize and develop the data for the creative solution.

3 one to one teaching.

4 individual problem solving

5 game-based learning.

6 team project.

7 creative presentation

8 Informal assessments and multidimensional assessment Tools.

The Evaluation effectiveness of this model shows that the students with CBL experiences can improve their learning skill, creative thinking skill, communication skill, collaboration skill, and time management skill.

INTRODUCTION

There has been a remarkable shift in economies from manufacturing to information technology and knowledge services. Mitchell (1993), explains the major global changes which will continue into the 21 st century that the”accelerating rate of change on a global scale”, pointing to the rate of change of human invention, the speed of generation of new knowledge, population growth and the evolution and speed of human transportation (Fryer, 1996). He argues that the speed of the new knowledge is now too fast so that most of the things that students are currently learning will be useless by the time they grow up.

The Partnership for 21st Century Skills insists that the traditional learning method (subject-based learning) has a limitation for improving students’ essential skills for the new workspace.

Education reform is needed for all Nations because it’s closely tied to a nation’s economic and political developments

 

Tmeet this challenge schools must be transformed in the ways that will enable students to acquire creative thinking, flexible problem solving, collaboration and innovative skills. Some authors (Carroll, 2007; Burmack, 2002; Riddle, 2009; Frey & Fisher, 2008; Elkins, 2007; Trilling & Fidel, 2009) and organizations (Partnership for 21st Century Learning; National Science Foundation, Educational Testing Services, NCREL, Metiri Group, etc.) argues that 21st Century Learning Skills is critical for accomplishing the necessary transformation.

In order to suit society’s needs, it is not enough for schools and colleges to produce graduates who can only work within the restricted framework of solving textbook problems.

Graduated students are expected to work in complicated and dynamic society so the new learning model should be reformed to create a classroom in which students are challenged to think creatively about subjects by discovering, understanding, analyzing and applying knowledge in new situations.

The rationale for this study was to innovate the new learning model that enables creative thinking skill and suitable for Thai students: CBL.

Design of the Study

The development of creativity-based learning  model consists of 3 phases as follows :

Phase 1 design CBL draft model and set up CBL model

The problem-based learning[PBL]and the creativity theories were used in the design of the CBL draft model

PBL was employed in CBL’s draft model because ;

PBL can improve students’ attitudes toward learning. Thus, as a pedagogical technique, problem‑based learning promotes the kinds of active learning that many educators advocate (Barr & Tagg, 1995) and students who acquired knowledge in the context of solving problems have been shown to be more likely to use it spontaneously to solve new problems than individuals who acquire the same information under more traditional methods of learning facts and concepts through lectures (Bransford, Franks, Vye, & Sherwood, 1989)

PBL students perceived that they developed stronger thinking and problem‑solving skills, effective communication skills, and a sense of personal responsibility than did students who received lectures (Lieux, 1996).

PBL students tend to give high ratings for their training whereas students in traditional programs are more likely to describe their training as boring and irrelevant (de Vries, Schmidt, & de Graaff, 1989; Schmidt, Dauphinee, & Patel, 1987).

PBL students were more likely to use textbooks and other books and informal discussion with peers than did non‑PBL students, who were more likely to rely on lecture notes thus the PBL is the learning approach that helps the student build up their learning skill(Blumberg and Michael 1992).

There have been many studies on divergent thinking and creativity (e.g., Cropley, 1992; Csikszentmihalyi, 1988; Guilford, 1950, 1956, 1970, 1988; Lubart, 1994; Osborn, 1953; Runco, 1991; Sternberg & Davidson, 1995; Torrance, 1986; Treffinger, 1994). but only the following creativity theories  were used to form CBL’s draft model ;

Guilford (1956, 1959, 1960, 1986) considered creative thinking as involving divergent thinking, which emphasizes fluency, flexibility, originality, and elaboration.

Guilford, however, noted that creative thinking is not the same as divergent thinking, because creativity requires sensitivity to problems as well as redefinition abilities, which include transformations of thought, reinterpretations, and freedom from functional fixedness in driving unique solutions.

Torrance (1966, p. 6) Defined creativity as a process of becoming sensitive to problems, deficiencies, gaps in knowledge, missing elements, disharmonies, and so on; identifying the difficulty; searching for solutions, making guesses, or formulating hypotheses about the deficiencies: testing and retesting these hypotheses and possibly modifying and retesting them; and finally communicating them.

Nickerson [142] : present a summary of the various creativity techniques

Establishing purpose and intention

Building basic skills

Encouraging acquisitions of domain-specific knowledge

Stimulating and rewarding curiosity and exploration

Building motivation, especially internal motivation

Encouraging confidence and a willingness to take risks

Focusing on mastery and self-competition

Promoting supportable beliefs about creativity

Providing opportunities for choice and discovery

Developing self-management (metacognitive skills)

Teaching techniques and strategies for facilitating creative performance

Providing balance

Dr Mark Batey of the Psychometrics at Work Research Group at Manchester Business School has suggested that the creative profile can be explained by four primary creativity traits with narrow facets within each

(i) “Idea Generation” (Fluency, Originality, Incubation, and Illumination)

(ii) “Personality” (Curiosity and Tolerance for Ambiguity)

(iii) “Motivation” (Intrinsic, Extrinsic and Achievement)

(iv) “Confidence” (Producing, Sharing, and Implementing)

Taylor & Williams (I966) argue that school experiences should involve students more positively in the whole process of education – in questioning, listening, discussing, thinking and being actively and deeply involved in practical working with a wide variety of materials. This is achieved through a personal relationship based on trust and respect between teacher and student.

Phase 1

Phenomenography research methodology and a case study approach were selected for developing tools and a  CBL model.

Case studies provide opportunities to study complex actions and interactions within a particular research setting.

A case study approach was selected because it is impossible to separate the context of the study variables, as, in this study, the case study represents the best approach (Merriam, 1998).

The case study is designed to explore the process and environment that affect creative thinking skills in high school students.

Research by Amabile (1986) strongly indicates that given the right circumstances, certain strategies can improve creative behavior and thus performance. Csikszentmihalyi (1988) argued that a ‘congenial’ environment within the social system of classrooms is essential for learning creativity.

The variation(s) in processes and environments that emerged from this action research was used to redesign of CBL model. 

Phase 2

The Verification of CBL model was developed by using the pretest-posttest Control Group Design. The participants consisted of 40 high school students in Chang Mai Thailand, were selected randomly and divided into two groups of learning method; group A as an experimental group and group B as a control group for the sessions.

The measured dependent variables in this study were the creative thinking skill and the independent variables were the mode of teaching.

Group A  was assigned to learn physics in 21 hours ( 7 weeks) by the CBL approach.

Group B , as a control group, learns by the traditional learning approach in the same subject.

The instrument used to determine the dependent variables were the pre-test and post-test of the Creative Thinking test develop from Guilford (1956, 1959, 1960, 1986) creative thinking Theory.

A control group in this study was assigned for proof that a change in the dependent variable was caused by the effect of the independent variable. 

 

Phase 3

Evaluation of the effectiveness of the CBL model by the “modified TTCT” developed from Torrance tests of creative thinking (TTCT)

The participants in this phase consist of 20 elementary school students, 20 high school students, and 20 university students,

All groups were assigned to attain  CBL classroom in 21 hours ( 7 weeks).

And evaluated creative thinking skill by using the pretest-posttest with “modified TTCT”

Findings

The results of the study revealed that 8 processes are effective for enhancing creativity thinking skill in participants;

1.Inspiration by the facilitator( teacher)

2. Self-study: students learn to search collect organize and develop data for their creative solutions.

3. one to one teaching and peer learning. Giving students opportunities for a more collective learning experience that is interactive both between students and teacher and among students.

4.individual problem solving

5. game-based learning: apply the principles of game design to the learning process information given to users about their performance i.e.

Points Levels Badges Bonuses and leaderboards

6. Team project: working to solve the problem or project together in small group.

7. creative presentation

8.Informal assessments

Creativity cannot be only developed through the learning processes but also be developed by the appropriate context. there are 9 learning environments that enhancing creative thinking in participants.

1. Activities or problems that focus on students’ thinking skill make more engaging and enjoyable for students because thinking is rare in schools, the curriculum does not encourage it.

2.  Activities or problems that focus on students’ curiosity motivated students

to find out, express their own ideas and get their own solutions

.Each and every subject have its own way of developing creativity depend on

the activities and problems designed by the teacher.

3. Questioning technique by a teacher  to promote learning and stimulate thinking.

4.Collaborative learning environments by reducing competition in classroom:

Most of the students support creativity for others.

Students became motivated to engage in more productive and creative learning opportunities and were successful as a result of collegiality, not competition.

5. Working in small groups.

All groups are expected to helping each other  to find out the solutions,

according to many studies have demonstrated that group interactions such as brainstorming, can enhance creativity (Paulus and Nijstad, 2003 blue right-pointing triangle; Scott et al., 2004 blue right-pointing triangle)

6. Applying block scheduling for longer studying period; 90-minute class is recommended.

7. Applying an open discussion in the classroom.

Improvement of student participation in classroom by devoting time to shaping the environment fostering creativity.

8. Applying assessment effectively and to ensure that all learners receive constructive feedback on their progress in creative thinking skill.

9. Applying reinforce Positive behaviours

Teachers can strengthen engagement by recognising and positively reinforcing positive actions should help students develop confidence in their own creative ideas by let them express their creativity in different ways.

Conclusion and discussions

Creativity is quickly becoming the very essential skill in recent years but

In the traditional teaching model, students are passive and their creativity is not encouraged.

Most of the teachers today are being asked to support creative thinking for their classroom and a lot of educators try to research on a new learning model that fostering creative thinking skill.

The creative thinking could not be taught, but it can be brought out from the learning and teaching in any subjects as teachers using the new learning approaches to make learning more interesting, engaging, exciting and effective.

In this research CBL: creative-based learning model is a proven learning model that supports the development of students’ creative thinking skill.

CBL consists of processes and contexts which teacher could apply them as pedagogical process and strategies to their classroom but no study is entirely conclusive.

The limitations of this research are that the results may not always apply across all age groups and different subject areas so there is a need to make more research on CBL and more investigations in CBL’s effectiveness on creative thinking skill in any domains.

It is clear that further research would be helpful, especially in these topics:

The attitude of students and teachers and its effect on the outcome of the creativity-based learning model.

The effects of creativity on the physical environment.

The effect of providing time and other activity on creativity in CBL model.

The effective of CBL in any specific subject on developing students’ creative thinking skill

.

Acknowledgement

I would like to thank to the Ministry of education in Thailand and all of the teachers who gave of their time and effort to collect data for this study.

                                       

REFERENCES

Arlin, P. K. (1999). The wise teacher: A developmental model of teaching. Theory into Practice.

Barr, R. B., & Tagg, J. (1995). From teaching to learning: A new paradigm for undergraduate education. Change.

Barron, Frank (1988), “Putting Creativity to Work,” in The Nature of Creativity: Contemporary Psychological Perspectives, ed. Robert J. Sternberg, Cambridge: Cambridge University Press,76–98.

Brown, R.T. (1989). Creativity…what are we to measure? In J.A. Glover, R.R

Brophy, D. R. (1998). Understanding, measuring and enhancing individual creative problem-solving efforts. Creativity Research Journal, 11(2), 123–150. Costa, P. T. Jr., & McCrae, P. R. (1992).

Beghetto & J. C. Kaufman (Eds.), Nurturing creativity in the classroom (pp. 6–23). New York, NY: Cambridge University Press.

Berliner, D. C. (2001). Learning about and learning from expert teachers. Inter- national Journal of Educational Research, 35, 463–482.

Beghetto, R. A. (2007). Creativity research and the classroom: From pitfalls to potential. In A. G. Tan (Ed.),

Cropley, A. J. (1992). More ways than one: fostering creativity. New Jersey, NJ: Ablex Publishing Corporation.

Chen, L. (2008). Theories and practices of teaching for creative thinking. Taipei: Psychological publishing.

Collins, M. A., & Amabile, T. M. (1999). Motivation and creativity. In R. J. Sternberg (Ed.), Handbook of creativity . Cambridge: Cambridge University Press.

Csikszentmihalyi, M. (1988). Society, culture, and person: A systems view of creativity. In R. J. Sternberg (Ed.), The nature of creativity . New York: Cambridge University Press.

Csikszentmihalyi, M. (1996). Creativity: Flow and the psychology of discovery and invention. New York: HarperCollins.

Derry, S. J., Levin, J. R., Osana, H. P., Jones, M. S., & Peterson, M. (2000). Fostering students’ statistical and scientific thinking: Lessons learned from an innovative college course. American Educational Research Journal, 37, 747–773.

Eisenberger, R., & Cameron, J. (1998). Reward, intrinsic interest, and creativity: New findings. American Psychologist.

Esquivel, G. B. (1995). Teacher behaviours that foster creativity. Educational Psychology Review, 7(2), 185-201. http://dx.doi.org/10.1007/BF02212493

Feldman, D. H., & Benjamin, A. C. (2006). Creativity and education: an American retrospective. Cambridge

Finke, Ronald A., Thomas B. Ward, and Steven M. Smith (1992),Creative Cognition: Theory, Research, and Applications,Cambridge, MA: MIT Press.

Fosnot, C. T. (Ed.) (1996). Constructivism: Theory, perspectives, and practice. New York: Teachers College Press.

Foster, P., & Hammersley, M. (1998). A review of reviews: Structure and function in reviews of educational research. British Educational Research Journal, 24(5), 609–628.

Fryer, M. (1996). Creative teaching and learning. London: Paul Chapman Publishing Ltd.

Fryer, M. (2003). Creativity across the curriculum: A review and analysis of programmes designed to developcreativity. London, UK: Qualifications & Curriculum Authority.

Ghiselin, B. (1985). The creative process: A symposium. Berkeley, CA: University of California Press.

Guilford, J. P. (1956). The structure of intellect. Psychological Bulletin, 53, 267– 293.
Guilford, J. P. (1970). Traits of creativity. In P. E. Vernon (Ed.), Creativity.

Hmelo-Silver, C. E. (2004). Problem-based learning: What and how do students learn? Educational Psychology Review.

Hmelo, C. E., & Lin, X. (2000). The development of self-directed learning strategies in problem-based learning.

Huang, M.: Contextual Factors in Knowledge Networks That Influence Creativity. In: An Amabile, T.M. (1996), Creativity in context, Boulder, CO: Westview Press.

In D. H. Evensen & C. E. Hmelo (Eds.),  Problem-based learning: A research perspective on learning interactions.

Knowles, M. (1975). Self-directed learning as a guide for learners and teachers. Cambridge, MA: Adult Education Company.

Kwon, O. N., Park, J. S., & Park, J. H. (2006). Cultivating divergent thinking in mathematics through an open-ended approach. Asia Pacific Education Review, 7(1), 51–61.

Kelly, Janice R. and Steven P. Karau (1993), “Entrainment ofCreativity in Small Groups,” Small Group Research, 24 (2),179–98.

Lee, H. J., & Cho, Y. S. (2007). Factors affecting problem finding depending on degree of structure of problem situation. Journal of Educational Research, 101(2), 113–124.

Lindner, R. W., & Harris, B. (1993). Self-regulated learning: Its assessment and instructional implications. Educational Research Quarterly, 16(2), 29–37.

Lubart, T. I. (1994). Creativity. In R. J. Sternberg (Ed.), Thinking and problem- solving (pp. 290–323). San Diego, CA: Academic Press.

Major, C. H., & Palmer, B. (2001). Assessing the effectiveness of problem-based learning in higher education: Lessons from the literature. Academic Exchange Quarterly, 5(1), 4–9.

Mergendoller, J. R., Maxwell, N. L., & Bellisimo, Y. (2006). The effectiveness of problem-based instruction: A comparative study of instructional methods and student characteristics. Interdisciplinary Journal of Problem-based Learning, 1(2), 49–69.

Ministry of Education. (2003). White paper on creative education – establishing a Republic of Creativity (R. O.C) for Taiwan. Taipei: Ministry of Education.

Runco, Mark A. and Shawn Okuda Sakamoto (1999), “Experimental

Studies of Creativity,” in Handbook of Creativity, ed.

Ryan, M. R., & Guardia, J. G. L. (1999). Achievement motivation within a

pressured society: Intrinsic and extrinsic motivation to learn and the politics

of school reform. Advances in Motivation and Achievement, 11, 45–85.

Ronning, and C.R. Reynolds (Eds.) Handbook of creativity. New York: Plenum Press.

Runco, M. A. (1991). Divergent thinking. Norwood, NJ: Ablex Publishing. Sternberg, R. J. (1996). Successful intelligence: How practical and creative intelligence determine success in life. New York: Simon & Schuster.

Sternberg, R. J., & Lubart, T. I. (1999). The concept of creativity: Prospects and paradigms. In R. J. Sternberg(Ed.), Handbook of creativity. Cambridge: Cambridge University Press.

Spendlove, D., & Wyse, D. (2008). Creative learning: Definition and barriers. In A. Craft, T. Cremin, & P.

Sawyer R. K. Explaining Creativity: The Science of Human Innovation. New York: Oxford University Press; 2006.

Scott G., Leritz L. E., Mumford M. D. The effectiveness of creativity training: a quantitative review. Creativity Res. J. 2004;16:361–388.

Sternberg, Robert J. and Todd I. Lubart (1996), “Investing in Creativity,”American Psychologist, 51 (7), 677–88.

Sternberg, R. J., & Lubart, T. I. (1995). Defying the crowd: Cultivating creativity in a culture of conformity. New York: Free Press.

Sternberg, R. J., & Lubart, T. (1996). Investing in creativity. American Psychologist, 51(7), 677–688.

Sungur, S., & Tekkaya, C. (2006). Effects of problem-based learning and traditional instruction on self-regulated learning. Journal of Educational Research, 99(5), 307–317.

Tan, O. S. (2000a). Intelligence enhancement and cognitive coaching in problem- based learning. Paper presented at the Teaching and Learning in Higher Education Symposium, Singapore.

Tan, O. S. (2000b). Thinking skills, creativity and problem-based learning. In O. S. Tan, P. Little, S. Y. Hee & J. Conway (Eds.), Problem-based learning: Educational innovation across disciplines. Singapore: Temasek Centre for Problem-based Learning.

Tan, O. S. (2003). Problem-based learning innovation: Using problems to power learning in the 21st century. Singapore: Thomson Learning.

Tighe, E., Picariello, M. L., & Amabile, T. M. (2003). Environmental influences on motivation and creativity in the classroom.

Torrance, E. P. (1963). Education and the creative potential. US: The Lund Press.

Torrance, E. Paul (1966), Torrance Tests of Creative Thinking:“Creative Problem Solving: An Overview,” in Problem Finding,Problem Solving, and Creativity, ed. Mark A. Runco,Norwood, NJ: Ablex, 223–36.

Torrance, E. P., & Myers, R. E. (1970). Creative learning and teaching. New York: Dodd, Mead & Company.

Torrance, E. P. (1974). Torrance tests of creative thinking: Technical norms and technical manual. Lexington, MA: Personnel Press.

Torrance, E. P., & Presbury, J. (1984). The criteria of success used in 242 recent experimental studies of creativity. Creative Child and Adult Quarterly, 9, 238–243.

Torrance, E. P. (1986). Torrance tests of creative thinking. Bensenville, IL: Scholastic Testing Service.

Treffinger, D. J. (1994). Creative problem solver’s guidebook. Sarasota, FL: Center for Creative Learning.

Woods, P., & Jeffrey, B. (1996). Teachable Moments: The art of creative teaching in primary schools.Buckingham: Open University Press.

Wu, J. J. (2004). Recognizing and nurturing creativity in Chinese students. In S. Lau, A. N. N., Hui, & G. Y. C.

Yeh, Y. C. (2006). Creativity teaching – Past, present, and future. Taipei: Psychological publishing.

To approve a single suggestion, mouse over it and click “✔”
Click the bubble to approve all of its suggestions.